⛳

Lab 73 — การอนุรักษ์พลังงานกล: ลูกกลมกลิ้งลงรางโค้ง (3D)

ลากลูกกลมขึ้นรางโค้ง อ่านความสูง h บนสเกล (mm) · ปล่อยแล้วอ่านเวลาบังโฟโตเกต t (ms) · v = d/t · กราฟ v²–h ความชันบอกว่าพลังงานไปเป็นการหมุนเท่าใด

3D · three.js KP Science simulation
🖐 ลากที่ลูกกลม = เลื่อนจุดปล่อยขึ้น–ลงราง
🖱 ลากที่อื่น = หมุนภาพ · ล้อ = ซูม · Shift+ลาก = เลื่อน
📱 1 นิ้ว = ลาก/หมุน · 2 นิ้ว = ซูม/เลื่อน
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ หรือเบราว์เซอร์นี้ไม่รองรับ WebGL
จึงอ่านสเกลและเครื่องจับเวลาในภาพ 3D ไม่ได้ — เปลี่ยนเป็นโหมด ⚡ อัตโนมัติ ในแผงด้านข้างเพื่อให้ระบบอ่านค่าให้
📝 บันทึกผลการวัด
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผล ค่า g ของดาวปริศนา และคำตอบลูกปริศนาไม่เปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
⚪ เลือกลูกที่จะปล่อย
🪐 ดาวเคราะห์ที่ตั้งชุดทดลอง
ชุดทดลองเดียวกัน ย้ายไปตั้งบนดาวที่ไม่ทราบค่า g — ใช้ แผ่นเลื่อน (ไม่มีพลังงานหมุน) หาค่า g จากความชันของกราฟ v²–h (ความชัน = 2g)
📊 ผลที่บันทึกล่าสุด
ยังไม่มีการบันทึก — กรอกค่าในกรอบ “📝 บันทึกผลการวัด” ใต้ภาพ 3D แล้วกดบันทึก
📋 ตารางบันทึกผล
📈 กราฟจากข้อมูลที่บันทึก
🎯 ตรวจคำตอบ
g ของดาวปริศนา = m/s²
ลูกปริศนาที่ “กลวง” คือ
ค่า g ถือว่าถูกเมื่อคลาดไม่เกิน 5% · โหมดวัดเองไม่แสดงค่าจริง

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

การอ่านค่าในภาพ 3 มิติ

ขั้นตอน

  1. เลือกลูกที่จะใช้ (เริ่มจาก ลูกกลมตัน) · จดค่า d และ m ที่แสดงไว้ในแผง
  2. ลากลูกขึ้นรางไปยังความสูงหนึ่ง กด 🔍 ซูมอ่านความสูง แล้วอ่านตำแหน่งขีดชี้สีแดงบนสเกล บันทึกเป็น h (mm)
  3. กด 🚀 ปล่อย ลูกจะกลิ้งลงรางผ่านโฟโตเกต · กด 🔍 ซูมอ่านเวลา อ่านค่า t (ms) บนเครื่องจับเวลา
  4. กรอก h และ t ในกรอบใต้ภาพ แล้วกด 📝 บันทึก · ตารางจะคำนวณ v = d/t, v² และ Eₖ = ½mv² ให้จากตัวเลขที่นักเรียนกรอกเอง
  5. กด ↩ วางลูกกลับ แล้วทำซ้ำอย่างน้อย 5 ความสูง (เช่น 5, 10, 15, 22, 28, 32 cm)
  6. ดูกราฟ v² – h จุดควรเรียงเป็นเส้นตรงผ่านจุดกำเนิด — อ่านความชันที่ระบบคำนวณจากข้อมูลของเรา
  7. เปลี่ยนเป็น แผ่นเลื่อน และ ลูกกลมกลวง ทำซ้ำ แล้วเปรียบเทียบความชันทั้งสาม
  8. ❓ ปริศนา ① กด 🪐 ดาวปริศนา ใช้แผ่นเลื่อนวัด 5 ความสูง → ความชัน = 2g → หา g ของดาวนั้น
  9. ❓ ปริศนา ② กลับมาที่โลก วัดลูก X และ Y อย่างละ 5 ความสูง — ใบที่ความชันน้อยกว่า (≈1.2 g) คือใบที่กลวง
⚠️ อ่าน h ที่ ขีดชี้ของที่หนีบ ซึ่งอยู่ระดับจุดศูนย์กลางลูกพอดี และสเกลถูกตั้งศูนย์ที่ระดับจุดศูนย์กลางลูกบนรางแนวราบแล้ว ค่าที่อ่านได้จึงเป็น “ระยะที่จุดศูนย์กลางมวลตกลงมา” โดยตรง (เปลี่ยนลูก = สเกลเลื่อนตั้งศูนย์ใหม่ให้อัตโนมัติ)

ตารางบันทึกผล (ตัวอย่างหัวตาราง)

ลูก | h (mm) | t (ms) | v = d/t (m/s) | v² (m²/s²) | Eₖ = ½mv² (mJ) | mgh (mJ)

คำถามท้ายการทดลอง

  1. กราฟ v²–h ของทั้งสามชิ้นต่างกันอย่างไร อะไรคือสาเหตุ
  2. เพราะเหตุใดแผ่นเลื่อนจึงมาถึงปลายรางเร็วที่สุด ทั้งที่ปล่อยจากความสูงเท่ากัน
  3. อัตราส่วน Eₖ/mgh ของลูกกลมตันควรเป็นเท่าใด และพลังงานส่วนที่หายไปอยู่ที่ไหน
  4. ถ้าเปลี่ยนเป็นลูกกลมตันที่ใหญ่ขึ้น 2 เท่า (มวลมากขึ้น 8 เท่า) ความชันของกราฟจะเปลี่ยนหรือไม่ เพราะเหตุใด
  5. ถ้าจับเวลาคลาดไป +0.2 ms จะทำให้ v² คลาดไปกี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อ t ≈ 12 ms

1. พลังงานกลอนุรักษ์ — แต่ต้องนับพลังงานหมุนด้วย

ปล่อยวัตถุจากความสูง h บนรางลื่น พลังงานศักย์โน้มถ่วงที่ลดลงจะกลายเป็นพลังงานจลน์ทั้งหมด แต่ถ้าวัตถุ กลิ้งโดยไม่ไถล พลังงานจลน์นั้นถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การเลื่อนที่ และการหมุน:

mgh = ½mv² + ½Iω² โดย ω = v/R และ I = βmR²
mgh = ½mv²(1 + β) → v² = 2gh / (1 + β)
วัตถุβ = I/mR²v²/h (ความชัน)Eₖ(เลื่อนที่)/mgh
ไถลไม่หมุน (แผ่นเลื่อนลื่นมาก)02g1.00
ทรงกลมตัน2/510g/7 ≈ 1.43 g0.71
ทรงกลมกลวง (เปลือกบาง)2/36g/5 = 1.20 g0.60

ผลที่ได้ไม่ขึ้นกับมวลและรัศมีเลย — ลูกกลมกลวงจึงมาถึงปลายรางช้าที่สุดเสมอ เพราะมวลอยู่ห่างแกนหมุนมาก ต้องแบ่งพลังงานไปหมุนมากกว่า

2. วัด v จากเวลาที่บังโฟโตเกต

ขณะลูกผ่านลำแสง ลำแสงถูกบังตั้งแต่ขอบหน้าถึงขอบหลัง ระยะที่บังจึงเท่ากับ เส้นผ่านศูนย์กลาง d ของลูกพอดี

v = d / t (d เป็นเมตร · t เป็นวินาที)
เช่น d = 2.00 cm = 0.0200 m · t = 11.95 ms = 0.01195 s → v = 1.674 m/s

กราฟ v² กับ h เป็นเส้นตรงผ่านจุดกำเนิด ความชัน S = 2g/(1+β) ดังนั้น

แผ่นเลื่อน: S = 2g → g = S/2
ทรงกลมตัน: S = 10g/7 · ทรงกลมกลวง: S = 6g/5
อัตราส่วน S(กลวง)/S(ตัน) = (6/5)/(10/7) = 0.84
💡 แบบจำลองใน simulation: g บนโลก = 9.80 m/s² · g ของ “ดาวปริศนา” สุ่มในช่วง 2.6–19.0 m/s² ต่อการเปิดหน้า · ลูกปริศนา X และ Y ใบหนึ่งตัน อีกใบกลวง (สุ่มสลับกัน มีขนาดและมวลเท่ากัน) · มีการสูญเสียพลังงานจากแรงเสียดทานเล็กน้อยแบบแปรผันตรงกับ h (≈1–2%) · เครื่องจับเวลามีความไม่แน่นอน ±0.2 ms และการปล่อยมีการกระเพื่อมเล็กน้อย จึงต้องวัดหลายความสูงแล้วหาความชันจากกราฟ